|
ทริปนี้น้องลาวตัดหน้าไปอังกฤษก่อน
ตั้งแต่วันที่ 6-11
กันยายน
แล้วลี่ถึงได้ตามไป
วันที่ 21-25
เพื่อไปทรานซิสเครื่องไปต่อสเปน
ก่อนจะกลับมาลงที่อังกฤษอีกเพื่อบินกลับเนเธอร์แลนด์
ก็เลยอาจจะไม่ได้เจาะลึกเท่าที่ควร
ไปดูรายละเีอียดกันเท่าที่ลี่พอจะจำได้นะคะ
ลี่ใช้บริการสารการบินราคาถูก
สายโปรดอีกแล้วค่ะ
Easyjet
บินจากอัมสเตอร์ดัม
ให้ไปเลือกลงถึงสามสนามบิน
คือ London Luton, London Gatwick และ
London Stansted แต่ไม่ลง
Heathrow
เพราะว่าภาษีค่าจอดมันคงจะแพงนั่นเอง
อะแฮ่ม
และเพื่อให้เป็นเจ้าแม่ข้อมูลของแท้
ลี่ก็เลยเลือกไปลงเสียสองสนามบิน
เพื่อให้ได้ข้อมูลมาฝากคุณๆ
ผู้อ่านกัน
ลี่ไปลงที่สนามบิน
Gatwick
และบินออกจากสนามบิน
Stansted ค่ะ
ที่เห็นในรูปนี่ไม่มีไรเกี่ยวข้องกันหรอกค่ะ
แต่มันเก๋ดี
ลี่ก็อยากเข้าไปถ่ายในตู้
แต่ไม่มีใครถ่ายให้น่ะสิ
|

|
|

|
มาถึงสนามบิน
London Gatwick
ซึ่งอยู่ทางใต้ของลอนดอน
ห่างไปอีกประมาณ
โอ้ อุแม่เจ้า
ไกลเหลือเกิน
จากที่นี่มีทางเลือกให้คุณๆ
สามทาง
เอาอันแรกก่อน
เพราะอันนี้แพงกว่า
ฮ่าๆๆ
รถไฟค่ะ
Gatwick Express
จะวิ่งตรงเข้าลอนดอนไปลงที่สถานี
Victoria
ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงค่ะ
ดูได้ที่นี่ www.gatwickexpress.com
ราคาตอนที่ลี่ไป 14
ปอนด์
ส่วนถ้าไม่รีบ
ก็มีรถไฟธรรมดา
ช้ากว่าหน่อย
ราคา 9 ปอนด์ค่ะ
ตัวเลือกสุดท้าย
ประหยัดกว่ามากๆ
และได้นั่งชมวิว
สำหรับคนที่ไม่รีบร้อน
คือรถบัสของบริัษัท
National Express
ลงมาจากสนามบิน
ตรงห้องโถงก่อนทางออกจะมีเคาน์เตอร์ขายตั๋วรถบัสค่ะ
ราคาที่ลี่ซื้อมาก็
6.6 ปอนด์
รถจะออกทุกๆ
สิบห้านาทีค่ะ
ออกมาจากประตู
ทางซ้ายมือจะมีท่ารอรถบัสอยู่
เข้าไปยืนรอได้เลยเดี๋ยวบัสโฮสต์
หน้าตาหล่อๆ
จะมาถามหาเองว่าใครมีตั๋วบ้าง
ตามข้างทางก็จะเจอทุ่งหญ้าที่เขาตัดแล้วเป็นกองๆ
น้องลาวถ่ายมา
ฝีมือสู้ลี่ไม่ได้เลย
คริๆๆ
|
|
รถบัสใช้เวลาวิ่งนานหน่อย
75 นาที
ก็ชั่วโมงกว่าๆ
ความที่มันอ้อมไปหลายตำบลเหลือเกิน
ย่านทางใต้ของลอนดอนนี้เขาเรียกว่า
Surrey ค่ะ
ลี่ออกจากสถานีไปถึง
Victoria Busstaion
ที่ตั้งแยกออกมาจากรถไฟอีกทีแต่ก็ใกล้ๆกัน
แ้ล้วต้องไปต่อยังที่พักค่ะ
ก่อนอื่น
ตามมาค่ะ
เราจะต้องซื้อตั๋วสำหรับขึ้นรถกันก่อน
ตั๋วนี้เรียกว่า
Oystercard การ์ดหอย 555
ลี่ใช้เวลาในลอนดอนแค่ห้าวัน(ไม่ถึงดี)
แต่ก็ซื้อแบบ 7 วัน
เพราะราคามันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลย
ที่เหลือ
เอาให้คนอื่นใช้ได้อีก
www.tfl.gov.uk
สำหรับข้อมูลราคาล่าสุดค่ะ
การ์ดมีสมาร์ทชิปฝังอยู่ข้างในเวลาขึ้นรถลง
หรือผ่านประตูก็เอามันไปทำการเช็คอิน
และเช็คเอาท์เมื่อลงรถน่ะค่ะ
ไม่จำเป็นต้องเอาบัตรออกจากกระเป๋าตังค์ด้วยซ้ำ
มันอ่านผ่านสิ่งของบางๆได้ค่ะ
หรือจะใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วกระโดดเอาก้นชน
แหม เท่ห์ดีนะ
ฮี่ๆๆ
|

|
|

|
ที่พักของลี่
เป็นโฮสเทล
จากจากเวบ www.londontown.com
ค่ะ
เพราะเขาบอกว่าราคาถูกที่สุด
การันตี (อ่ะน้า)
ที่พักที่เป็นเครือ
St.Christopher's
สะอาดและทันสมัยดีใช้ได้เลยค่ะ
ที่พักของลี่
ต้องนั่งรถไฟใต้ดินจาก
Victoria ด้วยสายวงแหวน
ไปลงที่ Bayswater
แล้วออกมาเลี้ยวนิดเดียวถึงเลย
ตรงนี้มีโฮสเทลอยู่หลายแห่งเลยค่ะ
สายวงแหวน
หรือสายสีเหลืองนี้
เวลาบอกคนลอนดอน
ดูเขาจะเข้าใจดี
เพราะสายนี้จะผ่านสถานที่สำคัญๆที่นักท่องเที่ยวใช้กันมาก
คนเลยแน่นๆๆๆๆๆ
สุดๆโดยเฉพาะช่วงเช้า
ถ้าใครไม่จำเป็นต้องรีบออกไปเที่ยว
รอให้คนถึงที่ทำงานกันก่อนค่อยออกเที่ยวก็ดีนะคะ
หลังเก้าโมงไป
จะเงียบเชียบขึ้นมาหน่อย
โบสถ์ที่ข้างๆที่พัก
มองเห็นมาแต่ไกลเลย
|
|
รถไฟใต้ดินที่นี่ทุกคนเรียกกันว่า
Tube
ทั้งๆที่มีป้ายเขียนไว้ว่า
Underground
ถ้าได้ลงไปใช้บริการ
โดยเฉพาะสายใหม่
Jubilee
จะูรู้สึกว่ามันเหมือน
Tube จริงๆ
เพราะทางลงลึกเหลือเกิน
แล้วตัวไฟรุ่นใหม่ก็เดิ้ลลลลมากๆ
บอกไม่ถูกเลย
เดี๋ยวลี่จะพาไปขึ้นให้ครบทุกสายเลยค่ะ
หลังจากเก็บของและพักผ่อน
ลี่ก็จัดการไปเที่ยวรอบเมือง
เพื่อซักซ้อมเส้นทางไม่ให้หลง
และวางแผนสำหรับการเที่ยวในวันที่ฝนตก
(ก็จะได้มุดเข้าพิพิธภัณท์ฟรีๆ
ที่เขาเปิดอยู่ทั้งหลายนั่นนะคะ)
เข้าแค่ที่ฟรีก่อน
ก็แทบจะไม่หมดอยู่แล้ว
มีเวลาแค่ห้าวันเอง
|

|
|

|
จากป้าย
Bayswater
ป้ายถัดมาเพื่อเข้าเมือง
จะผ่าน Nothing Hill Gate
ที่มีชื่อเสียงก็คือตลาด
และเป็นวิวที่เขาใช้ถ่ายทำหนังเืรื่อง
Nothing Hill น่านแหละค่ะ
แต่ลี่จำฉากไม่ได้
เลยไม่รู้จะไปเดินตรงไหนดี
ในช่วงนี้
ยังมีรถไฟอีกสาย
สีเขียว ชื่อสาย
District วิ่งด้วย
ก็สามารถขึ้นได้ทั้งสองคันนั่นแหละค่ะ
ป้ายถัดมาอีกป้าย
เป็นที่ตั้งของ
Highstreet Kensington
อันนี้มะใช่รถเมโทร
เห็นก็รู้แล้วว่ามันคือแทกซี่
ที่นี่แทกซี่ไม่ได้มีแต่สีดำเหมือนในหนัง
แต่มีหลายสี
เต็มไปด้วยโฆษณา
อันนี้เป็นโฆษณา
ททท.ของสวิสเซอร์แลนด์
น่ารักดี
ตอนแรกเห็นจากบนสะพานมองลงมาข้างล่างนึกว่ารถพยาบาลง่ะ
|
|
ป้ายต่อมา
ไกลหน่อย Gloucester Road
ใครอย่าไปอ่าน
โกลเซสเตอร์เชียว
คนเขาจะไม่รู้เรื่องเอา
ลี่ก็แอบฟัง
คนที่นี่อ่านว่า
โกลสเตอร์ อืมม
กระเหรี่ยงอย่างเราหายโง่เลย
ที่สถานีนี้
มีภาพวาดน่ารักดีค่ะ
หลังจากป้ายนี้
เมโทรสายสีเขียวจะเลี้ยวไปทางอื่น
เพื่อไปยังจุดเชื่อมที่
Earl's Court
เราต้องดูให้ดีๆ
ว่ามันไปทางไหน
ขึ้นไปสุ่มสี่สุ่มห้า
เดี๋ยวจะเสียเวลาชมเมืองอยู่แต่ใน
Tube ได้
ป้ายนี้มีพิพิธภัณท์ฟรีๆ
ให้แวะเพียบเลยค่ะ
เราลงป้ายโกลสเตอร์
โร้ด แล้ว
เดินไปตามถนนสายหลัก
Cromwell Road
โดยข้ามไปฝั่งที่เป็นตึกใหญ่ๆ
(อีกฝั่งนึงจะเป็นโรงแรม
และสถานทูตค่ะ)
ตึกแรกที่เห็นมาแต่ไกลคือ
Natural History Museum
|

|
|

|
ข้างในแบ่งเป็นสองโซน
ที่น่าดูไม่แพ้กันเลย
ภายในตัวตึก
แสนจะสวยงาม ฝั่งนี้เป็นที่โชว์ของเก่าทางธรรมชาติและห้องเก็บหินมีค่าและแร่ธาตุต่างๆ
รวมไปจนถึงโครงกระดูกไดโนเสาร์
ดูสภาพตึกก็เหมาะสมกันดี
ดูเหมือนโรงเรียนของแฮรี่พอตเตอร์เลย
ได้อารมณ์มากๆค่ะ
แต่คนเยอะมากเหมือนกัน
ก็ของฟรีนี่เนอะ
ที่นี่ไม่มีลิฟท์
มีแต่บันไดใหญ่ๆ
ห้องโถงโอ่อ่า
ถ้าไปตอนที่เขามีนิทรรศการพิเศษ
ตรงนั้นเราต้องเสียเงินค่าเข้าชมต่างหากค่ะ
|
|
อีกฝั่งหนึ่งเป็นโซนวิทยาศาสตร์
เป็นห้องแสดงความเป็นไปบนโลก
ตั้งแต่ดวงดาว
การเกิดแผ่นดินไหว
การเกิดธารน้ำ
ก็สนุกดีแล้วก็สวยงามประทับใจอีกด้วย
เข้าไปที่ี่นี่ถ้าใช้เวลาเดิน
โดยไม่มัวแต่ละเมียดละไม
ก็ประมาณสองชั่วโมงครึ่งค่ะ
กำลังดี
|
|
|
|
ออกมาต่อแล้วเลี้ยวซ้ายหัวมุมไปเรื่อยๆ
จะเจอกับ Science Museum
มีภาพยนต์สามมิติฉายด้วย
ตอนนี้เราอยู่บนถนนสายไม่ใหญ่นักชื่อ
Exhibition Road
ผ่านถนนทางซ้ายมือ
ชื่อเดียวกับโรงเรียนดัง
Imperial College
ที่มีืืชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์
เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยลอนดอนด้วย
หนุ่มๆ
แถวนี้น่ารักอย่าบอกใครเลย
ฮี่ๆๆ
เี่ราเลี้ยวซ้ายที่หัวมุมอีกที
เดินไปไม่ถึงห้าสิบเมตร
จะเจอตึกสีแดงๆ
ทรงโกธิค Royal College of Music
ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับบันได
ที่มีอนุสาวรีย์อยู่ด้านบน
ด้านหลังเป็นตึกทรงโดม
Royal Albert Hall
ที่เปิดใช้ในปี 1870
เป็นโรงละคร
|
|
ลี่พาเดินอ้อมทางซ้าย
จะมีถนนสายเล็กๆ
อยู่ข้างๆ
เสาแหลมๆ
ตึกที่อยู่ข้ามถนนไปนั้นคือ
Royal College of Organists
อันนี้ก็เรียนออร์แกนกันล้วนๆ
เดินไปจนถึงหัวมุม
เป็นตึก Royal college of Art
เราข้ามถนนไป
ถนสายนี้อันตรายหน่อย
เพราะรถวิ่งกันเ็ร็วมาก
สวนกันอีกตังหาก
ควรจะหาทางม้าลายข้ามไปนะคะ
ฝั่งตรงข้ามเป็นปาร์ค
Kensington Garden ค่ะ
เดี๋ยวจะพามาเดินกัน
แต่ขอรีบไปแย่งถ่ายรูปของเด็ดก่อน
|
|
|

|
ตรงด้านหน้าปาร์ค
มีอนุสาวรีย์แสนสวย
สร้างเป็นที่ระลึกถึงเจ้าชายอัลเบิร์ต
พระสวามีของสมเด็จพระราชินีวิคตอเรีย
รูปแกะสลักหินอ่อนที่รายล้อมอยู่รอบสี่มุมนั้น
เป็นชนจากหลายเชื้อชาติ
รูปปั้นเจ้าชายเป็นสีทอง
และมีหลังคาสงโกธิคที่ประดับด้วยหินสีและทาสีทอง
เด่นสง่าอยู่ตรงข้ามกับอีกฝั่งของโดม
Albert Hall นั่นแหละค่ะ |
|
เดินตามถนนสาย
Kensington Gore
ไปอีกทางหนึ่ง
จะเจอถนนอีกสาย
ที่มุ่งตรงเข้าไปปาร์ค
ปาร์คนี้จะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น
Hyde Park
ออกจากเคนซิงตันการ์เด้นด้วยถนนสายนี้เอง
ลี่เลี้ยวกลับลงไปตามถนน
Exhibition Road
ผ่านตึกที่อยู่อีกฝั่งของอัลเบิร์ตฮอลล์
คือ Albert Hall Mansion
เป็นตึกสีแดงอิฐ
ที่ติดกันแต่เตี้ยลงมาหน่อย
คือ Royal Geographical Society
ที่ทำการของสมาคมภูมิศาสตร์
|

|
|

|
ขากลับลงมา
ทางซ้ายมือลี่เดินผ่านตึกสวยๆ
ที่เป็นปีกตึกของพิพิธภัณท์
Victoria and Albert Museum
เป็นที่เก็บของสะสมของสองกษัตริย์ั
ทางเข้าอยู่ด้านหน้าถนน
Cromwell Road ค่ะ
ที่นี่ก็เป็นอีกที่
ที่ให้เข้าชมฟรีค่ะ
ภายในตั้งโชว์ของสะสมที่มีตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบจริงๆ
ขนาดหอคอยยังโดนแยกเป็นชิ้นๆ
เอามาตั้งให้ชมในโูุถงแสดงสิ่งก่อสร้างค่ะ
โอววว
ใครไม่เชื่อตามลี่เข้าไปดูเลย
ประทับใจจ๊อดมาก่ค่ะ |
|
ตรงกลางของคอมเพล็กซ์ที่เป็นพิพิธภัณท์วิคเตอเรียและอัลเบิร์ตนี้
มีสระน้ำและคาเฟ่นั่งชมวิวสบายๆ
ของตัวตึกรอบๆ
หรือเอาเท้าไปแช่น้ำเย็นๆ
วันแดดร้อน
คงเพราะว่าที่นี่ฟรีด้วย
จึงมีคนลอนดอนเองเข้ามาชม
เหมือนมาเดินเล่นนอกบ้านกันแ่่น่นไปหมดเลยค่ะ
เดินออกมา
ไปต่อทางซ้ายมือของตึกพิพิธภัณท์
มีโบสถ์เล็กๆ
ชื่อ Brompton Oratory
ข้างๆมีซอยเข้าไปลึกๆ
นั้นมีโบสถ์เล็กๆ
อีกแห่งนึงชื่อ Holy
Trinity Church
อยู่กลางสุมทุมพุ่มไม้
ถ้าไ่ม่เข้าไปใกล้ๆ
ก็แทบไม่รู้เหมือนกันค่ะ
เลยไปอีกนิด
เป็นหมู่บ้าน ช่อ
Brompton Square
ที่มันไม่เป็นจตุรัสแต่เป็นถนนตัวยูตามบ้านเรือนที่รายล้อมอยู่
ตรงกลางเป็นปาร์ค
นัยว่าเป็นบ้านห้องแถวสมัยก่อน
|

|
|

|
ชมเสร็จ
เดินกลับมาขึ้นรถบัสได้ที่หน้าพิพิธภัณท์
Victoria and Albert Museum
จะมีรถบัสผ่านหลายสาย
หรือไม่งั้น
เดินต่อไปได้จนถึงสถานี
Knightbridge ค่ะ
แต่ลี่ไม่เดินล่ะ
เพราะมีการ์ดหอย
โดดขึ้นรถบัสเบอร์
14 ไปเลย
ถนนสายนี้แน่นเอี๊ยดจริงๆค่ะ
ระหว่างทาง
จะผ่านห้างชื่อดัง
Harrods ทางขวามือด้วยค่ะ
ก็ลงไปเดินซะหน่อย
แต่ว่าเวลาเดินแล้วเหมือนมีสายตาเชือดเฉือนยังไงไม่รู้
ตลอดทางเลย
เสียววูบๆ
เลยเปลี่ยนแผนกลับขึ้นรถสาย
14 ต่อ
รถจะผ่านถนนสายใหญ่
ชื่อเดียวกับป้ายรถไฟใต้ดินค่ะ
Knightbridge
ทางซ้ายมือคือไฮด์ปาร์ค
ฝั่งขวามือผ่านเมโทรอีกป้ายชื่อ
Hyde Park Corner
รถยังวิ่งต่อไปเรื่อยๆ
บนถนนสายเดิมที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น
Piccadelly
โดยปาร์คจะย้ายมาอยู่ฝั่งขวามือ
ปาร์คนี้ชื่อ Greenpark
เป็นที่ตั้งของ
Buckingham Palace ค่ะ
|
|
ถ้าไม่มาทางนี้
ก็มีอีกหลายวิธีที่จะลงไปดูทหารเปลี่ยนยามที่บัคกิ้งแฮมได้
ลี่แนะนำอีกวิธีคือลงเมโทรที่
Green park ค่ะ
สถานีนี้อยู่หัวมุมปาร์คพอดี
มีถนนทางเดินตรงแหน่วมาเข้าที่ตรงลานหน้าพระราชวังที่เป็นวงเวียนอนุสาวรีย์
เวลามาถึงควรจะประมาณสิบโมงค่ะ
จะได้จับจองที่ยืนแบบไม่รีบร้อน
อนุสาวรีย์นี้ตั้งอยู่ตรงหน้าพระราชวังพอดี
และเป็นที่สูงพอสมควร
ถ้าใครไปแย่งที่ัทันก็แล้วแต่ชอบนะคะ
ลี่เองแนะนำว่า
วิ่่งไปวิ่งมาสนุกกว่า
|

|
|

|
วิวด้านหน้าพระราชวัง
เห็นอนุสาวรีย์สมเด็จพระราชินี
Victoria
นั่งอยู่บนบัลลังก์
รูปนี้ถ่ายจากถนนข้างๆสระน้ำค่ะ
เป็นถนนสายเล็กๆ
สำหรับคนเิดิน
มีชื่อด้วย ชื่อ Spur
Road
ส่วนถนนใหญ่กว่าที่เป็นถนนหลักที่ทหารเดินมาเปลี่ยนเวรนั้น
ชื่อ The Mall
ถ้าเราเดินอ้อมไปทางด้านหลังพระราชวัง
ก็ยังมีสวน Buckingham palace
gardens
และสระน้ำเล็กๆด้วย
เดินอ้อมไปทางซ้ายมือของรูปนี้และค่ะ
ไม่ต้องไปเดินอ้อม
Green park อีก เสียเวลา
และไม่ค่อยมีอะไรดู
|
|
สำหรับทหารเปลี่ยนเวรยาม
ถ้าเข้าไปจนติดรั้วได้
ก็จะเห็นทหารเสื้อแดงเหมือนที่หน้ากล่องขนมปังนิชชินแบบนี้นะคะ
จริงๆแล้ว
ระหว่างที่คุณไปชมนั้น
เขาจะปล่อยให้คนเดินข้ามถนนตรงหน้าพระราชวังไปมา
เป็นจังหวะ
คุณก็กะให้ดี
เดินย้ายมุมไปเรื่อยๆ
ตอนแรกนั้นจะมีทหารเดินนำ
กลุ่มทหารที่จะมาเปลี่ยน
เดินเข้าเดินออกกันหลายรอบ
เพราะังั้นได้ดูได้ถ่ายกันจนสมใจแน่ๆค่ะ
|

|