Hoofdstuk 6
Telwoord การนับ จำนวน หมายเลข และ Tijd เวลา

Telwoord คือคำที่ใช้บอกจำนวน

ตัวเลข het getal เค่อะทัล, het cijfer เซิยเฟอร์ หรือ het nummer นึมเม่อร์
ใช้ตัวเลขอารบิก ที่คุณๆเรียนมาแล้ว คือ เลข 1 2 3 ไม่มีตัวเลขและตัวอักษรของตัวเอง เหมือน ๑ ๒ ๓ ของไทยเรา

ตัวเลขมีวิธีการอ่านที่ต่างกันไปตามประเภทการใช้ ได้แก่ การอ่านรหัสไปรษณีย์ การบอกเวลา การ บอกราคา บอกค่าเงิน จำนวนในหลักคณิตศาสตร์ เศษส่วน ทศนิยม การอ่านค่าปี และอื่นๆ

het telwoord แบ่งออกเป็นสองชนิดคือ
bepaald telwoord สำหรับเลขจำนวนนับ และลำดับที่ ที่เจาะจงจำนวนลงไปอย่างชัดเจน
onbepaald telwoord ใช้บ่งบอกจำนวนที่ไม่เจาะจง เช่น een beetje-เอิ่นเบ๊ตเจ้อะ นิดหน่อย weinig-เวิยหนึค น้อย คือจำนวนไม่สามารถบอกเป็นตัวเลขได้

Bepaald telwoord ตัวเลขที่จำเพาะเจาะจง

เลขจำนวนนับ hoofdtelwoord โฮ้ฟท์เทลโหวร์ด

คือเลขที่ใช้นับจำนวน หลักการอ่านตัวเลขนั้น ให้อ่านจากหลักใหญ่ก่อนเป็นหลัก ในภาษาดัชต์ การอ่านเลขตามหลัก มีแค่หลักพันเท่านั้น (หลังจากนั้นจะกระโดดข้ามไปหลักล้านเลย) เมื่อเรา ต้องอ่านเลขหลักหมื่นหรือแสน จึงต้องใช้ระบบอ่านหลักพันเข้ามาช่วย ส่วนหลักการเขียน เมื่อเลข นั้นเกิน 999 จะต้องใส่จุดคั่นหลักพันออกจากหลักร้อยเสมอ ไม่ใช้จุลภาคหรือลูกน้ำ เช่น

หลักแสน 300.000 ดรีฮนเดิร์ด เเดิ๊วย์เซิ่น driehonderdduizend แยกหลักข้างหน้ามาเป็นหลักร้อย x หลักพัน หากว่าเลขนั้นมีเศษอีก ก็ให้อ่านอิงด้วยหลักร้อย ก่อนให้เรียบร้อย เช่น 462.000 อ่านได้เป็น ฟีเย่อร์ฮนเดริด ทเวแอ่นเซ้สถึค เดิ๊วย์เซิ่น

สำหรับหลักหมื่นนั้น เขาก็ไม่มีคำนับหลักโดยเฉพาะ แต่จะอิงเอาจากหลักสิบ x หลักพัน เป็น 15.000 อ่าน เฟิ้ยฟ์ทีน เดิ๊วย์เซิ่น vijftienduizend

ทีนี้หากว่าเราเจอเลขหลักพัน ในภาษาพูดนั้นคนดัชต์มักนิยมอ่านด้วยหลักร้อย เป็นสิบห้าร้อย สิบเอ็ดร้อย เช่น 1.100 อ่าน เอ็ลฟ์ฮนเดิรด elfhonderd

หลักร้อยก็อ่านธรรมดาตามปกติเลยค่ะ ไม่มีกฏอะไรแปลกประหลาด ทีนี้เมื่อมาถึงหลักสิบ จะพิเศษหน่อยนึง คือเราต้องดูหลักหน่วยก่อน ว่าเลขนั้นเป็นอะไร เอาหลักหน่วยนั้นจะนำมา ขึ้นต้นคำก่อน แล้วจึงตามด้วยคำว่า en แอ่น (และ) แล้วตามด้วยเลขหลักสิบต่อไป เช่น 325 ก็อ่านสามร้อยก่อน แล้วจึงตามด้วย 5 + 20 เป็น driehonderd vijfentwintig

ข้อสังเกต สำหรับเลข 2 และ 3 เมื่อมีคำว่า en ตามมาให้ใส่เครื่องหมายเตรมา บนตัว e ก่อนเพื่อการแยกพยางค์เสียง เช่น 33 drieëndertig ดรี แอ่น แด๊ร์ถึค 142 honderdtweeënviertig ฮ้นเดริด ทเว แอ่น ฟีเย่อร์ถึค

ส่วนตัวเลขตั้งแต่หนึ่งจนถึงยี่สิบนั้น ใช้กฏเดียวกับภาษาอังกฤษ

จำนวน	คำเขียน	คำอ่าน
0	nul	นึวล์
1 	een	เอน 
2 	twee	ทเว
3	drie	ดรี 
4 	vier	ฟีเยอร์
5	vijf	เฟิ้ยฟ์
6	zes	เซ๊ส
7	zeven	เซ๊เฟิ่น
8 	acht 	อั๊คท์
9 	negen 	เนเคิ่น 
10 	tien	ทีน
11	elf	เอ๊ลึฟ 
12 	twaalf	ทว้าลึฟ 
13 	dertien	แดร์ทีน
14 	veertien	ฟีเย่อร์ทีน 
20 	twintig	ทวินถึค
21	eenentwintig	เอนแอ่นทวินถึค
26	zesentwintig	เซ้สแอ่นทวินถึค
30 	dertig	แด๊ร์ถึค
34	vierendertig	ฟีเย่อร์แอ่นแด๊ร์ถึค
40 	veertig  *	เฟเย่อร์ถึค
47	zevenenviertig	เซ๊เฟิ่นแอ่นฟีเยอร์ถึค
50 	vijftig	เฟิ้ยฟ์ถึค
53	drieënvijftig	ดรีเแอ่นเฟิ้ยฟ์ถึค
60 	zestig	เซสถึค 
65	vijfenzestig	เฟิ้ยฟ์แอ่นเซสถึค 
70 	zeventig	เซเวิ่นถึค 
78	achtenzeventig	อั๊คท์แอ่นเซ้เฟิ่นถึค
80 	tachtig *	ทั๊คถึค 
89	negenentachtig	เน๊เคิ่นแอ่นทั๊คถึค
90 	negentig	เน๊เคิ่นถึค 
92	Tweeënegentig	ทเวแอ่นเน๊เคิ่นถึค
100 	honderd	ฮนเดริด 
356 	driehonderd zesenvijftig	ดรีฮนเดิรดเซสแอ่นเฟิ้ยฟ์ถึค 
1.000 	duizend	เดิ้วย์เซิ่นท์
1.200	twaalfhonderd	ทว้าลึฟฮนเดริด
1.998 	negentienhonderd achtennegentig	เน๊เคิ่นทีนฮนเดิรด อั๊คแอนเนเค่นถึค 
10.000 	tien duizend	ทีนเดอวเซิ่น 
25.000	vijfentwintig duizend	เฟิ้ยฟ์แอ่นทวินถึคเดอวเซิ่น
100.000 	honderdduizend / ton	ฮนเดริดเดิ๊วย์เซิ่นท์ / ตน
1.000.000 	miljoen	มิลยูน
100.000.000 	honderd miljoen	ฮนเดริด มิลยูน
1000.000.000 	miljard	มิลยาร์ด 
1 ล้านล้าน 	biljoen	บิลยูน
พันล้านล้าน	biljard	บิลยาร์ด 
1 ล้านล้านล้าน	triljoen	ทริลยูน
พันล้านล้านล้าน	triljard	ทริลยาร์ด 

เลขแสดงลำดับที่ rangtelwoord รังเทลโหวร์ด
ใช้บอกอันดับ ตามตำแหน่งตัวเลข หรือความสำคัญ มีวิธีการหลักๆ คือ

เติม de หลังตัวเลขนั้นๆ ใช้กับ 2, 3, 4, 5, 6, 7, 9 จนถึง 19
คำที่ลงท้ายด้วย tien ให้ใช้ de เช่น
15e vijftien -> vijftiende เฟิ้ยฟทีนเดอะ
ตัวอย่างตัวเลขอื่นๆ ที่ใช้วิธีปกติในการทำให้เป็นลำดับที่
2e twee -> tweede ทเวเดอะ
4e vier -> vierde ฟีเย่อร์เดอะ
11e elf -> elfde เอลฟเดอะ

เติม ste ใช้กับ 1, 8 และเลขตั้งแต่ 20 ขึ้นไป
เลขที่ลงท้ายด้วย tig ทุกตัวให้ตามด้วย ste เช่น
20e twintig -> twintigste ทวินถึคสเตอะ ( ste )
100e honderd ->honderdste ฮนเดริดสเตอะ ( ste )
1000e duizend -> duizendste เดิวเซิ่นสเตอะ ( ste )
คำยกเว้น บางตัวเราจะต้องท่องเอา เพราะเปลี่ยนแปลงคำไปเลยทั้งคำ เพื่อความสะดวกในการออกเสียง เรามาจำตัวเลขที่ยกเว้นดีกว่า ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ตัวจะได้จำได้ง่ายกว่า ตัวที่แปลกๆจากเพื่อนฝูงไปก็ได้แก่
1e een -> eerste เอียร์สเตอะ ( ste )
3e drie -> derde แดร์เดอะ (เปลี่ยนไปเลย)
การนับลำดับที่เป็นคำคุณศัพท์ ที่ไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในกรณีใดๆทั้งสิ้นอีก (เพราะว่ามันมี e ลงท้ายอยู่แล้วทุกคำ) ตัวอย่าง
mijn tweede kind (kind เป็นคำนาม het ซึ่งไม่มีเพศ) เมิยน์ ทเว้เด่อะ คินท์ - ลูกคนที่สองของฉัน
de derde wereld เด่อะ แด้ร์เด่อะ เวเริลท์ - ประเทศโลกที่สาม
de eerste dag เด่อะ เอียร์สเต่อะ ดัค - วันแรก

เมื่อตัวเลขถูกทำให้กลายเป็นลำดับที่นั้น ก็จะเขียนย่อด้วย e เป็นตัวเล็กแขวนท้ายเสมอ เช่น 1e , 23e , 105e การเขียนเป็นทางการนั้น จะต้องเขียนลำดับที่ด้วยรูปเต็มๆเสมอเป็น drieëntwintigste และ honderdvijfde ตามลำดับ ห้ามขี้เกียจ

เศษส่วนและทศนิยม

เศษส่วน Breukgetal เบริ้คเค่อะทัล หรือ ทศนิยม Decimaal เดซิมาล แท้จริงแล้วคือเลขแบบเดียวกันที่ใช้วิธีการนำเสนอต่างกัน

เศษส่วนแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ
เลขเศษ หรือ teller เทลเล่อร์ อ่านด้วย เลขจำนวนนับ
เลขส่วน หรือ noemer นูมเมอร์ อ่านเป็น เลขลำดับที่

ตัวอย่าง
1/3 een derde(een op de drie) เอิ่น แด้ร์เด่อะ(เอน อ้พ เด่อะ แด๊ร์เด่อะ)
1/4 een kwart (een vierde) เอิ่น ควัร์ท (เอน ฟีเย่อร์เด่อะ)
3/4 drie kwart (drie vierde) ดรี ควัท (ดรี ฟีเย่อร์เด่อะ)
7/10 zeven tiende เซ๊เฟิ่น ทีนเด่อะ
3/5 drie vijfde ดรี เฟิ้ยฟ์เด่อะ

คำยกเว้น
1/2 ใช้คำว่า เอิ่น ฮ้าลึฟ een half หรือ de helft เด่อะ เฮ้ลึฟท์
1 ½ ใช้คำว่า อันเดอร์ฮ้าลึฟ anderhalf
เมื่อเรานำตัวเลขเศษส่วนมาเป็นคำคุณศัพท์ขยายคำนามนั้น คำนามจะไม่มีคำนำหน้าอีกต่อไป (ดูรายละเอียดเรื่องคำนำหน้านามเพิ่มเติม) แต่มีคำสมุหนามที่บ่งบอกภาชนะ ความจุ น้ำหนัก เข้ามาแทนที่ ดังตัวอย่าง
anderhalf kilo appels อันเด้อร์ฮาลึฟ กิโล อั๊บเปิ้ลส์ - แอปเปิ้ลหนึ่งกิโลครึ่ง
een half doos ei เอิ่น ฮาลึฟ โด้ส เอิย - ไข่ครึ่งลัง
twee dozijn slangen ทเว โดเซิยน์ สลังเงิ่น - งู 24 ตัว

การเขียนเลขทศนิยมของฮอลแลนด์ไม่ได้ใช้จุด แต่ใช้เครื่องหมายลูกน้ำ หรือที่เรียกว่า คมม่า กั้น จากที่เราเรียนมาข้างต้น หลักการเขียนและการอ่านให้ยึดหลักเดียวกับเศษส่วน คือส่วนที่เป็นเศษนั้น ก็คือตัวเลขที่เราเห็นในทศนิยม ส่วนที่เป็นเป็นส่วนก็คือหลักของทศนิยม จะเป็นสิบ ร้อย พัน หมื่น แล้วแต่จำนวน
วิธีการอ่านมีสองแบบดังนี้คือ

แบบที่หนึ่ง ออกเสียงตามหลักเศษส่วน ก็คือ
0,6 ซึ่งก็คือ 6/10 อ่านว่า zes tiende เซ้ส ทีนเด่อะ ตัวเลขหลังคมม่าให้นำมาอ่านก่อนด้วย จำนวนนับ แล้วตามด้วย tiende เสมอ หากว่าเป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง ค่าของส่วนจะเปลี่ยน เป็นหนึ่งร้อย
0,01 ก็คือ 1/100 อ่านว่า een honderdste เอน ฮ๊นเดริดสเท่อะ
0,024 หรือ24/1000 อ่านว่า vierentwintig duizendste ฟีเย่อร์ แอ่น ทวินถึค เดิ้วย์เซิ่นด์สเท่อะ
หากว่าส่วนของทศนิยมเพิ่มขึ้นเป็นหลักพัน
4,006 หรือ 4+6/1000 อ่านว่า vier (en) zes duizendste ฟีเย่อร์ (แอ่น) เซ้ส เดิ้วย์เซิ่นด์สเท่อะ
เมื่อมีตัวจำนวนเต็มตามนำหน้า ให้นำมาอ่านขึ้นก่อน ตามด้วย en หรือไม่ใส่ก็ได้

แบบที่สอง อ่านตามความนิยม วิธีนี้เหมาะสำหรับทศนิยมที่มีจำนวนเต็ม และมีจุด ทศนิยมไม่เกินสองตำแหน่ง
13,1 อ่านว่า dertien comma een แดร์ทีน คมม่า เอน อ่านตรงตัว แล้วใช้คำว่าคมม่าเข้ามากั้น
15,8 อ่านว่า vijftien comma acht เฟิ้ยฟ์ทีน คมม่า อัคท์
3,5 อ่านว่า drie comma vijf , drie en een half ดรี คมม่า เฟิ้ยฟ์, ดรี แอ่น เอิ่น ฮ๊าลึฟ
4,52 อ่านว่า vier comma tweeënvijftig ฟีเย่อร์ คมม่า ทเว แอ่น เฟิ้ยฟ์ถึค

การบอกราคา ค่าเงิน

ใช้หลักการเดียวกับทศนิยมที่อ่านตามความนิยม ในชีวิตประจำวัน คนดัชต์มักจะละคำว่า euro และ cent ที่อยู่ในวงเล็บ ตามตัวอย่างข้างล่างนี้ ซึ่งทำให้ลำบากสำหรับนักเรียนที่เพิ่งเรียนดัชต์ ใหม่ๆเพราะตัวเลขมันสับสนอลหม่านไปหมด ฟังแล้วไม่รู้ว่าจำนวนเท่าไหร่กันแน่ เพราะงั้นเราต้อง เรียนแบบที่สมบูรณ์ถูกต้องไว้ ในการเริ่มหัด อ่านค่าเงิน ให้ซ้อมพูดคำในวงเล็บคู่ไปด้วยเสมอนะคะ เมื่อแม่นยำแล้ว ก็ค่อยๆตัดคำบ่งบอกค่าเงินเหล่านี้ออกไป ดังตัวอย่าง
€ 15,80 vijftien (euro) tachtig (cent) เฟิ้ยฟ์ทีน เออโร ตั๊คถึค เซ็นท์
€ 2,25 twee (euro) vijfentwintig (cent) ทเว เออโร เฟิ้ยฟ์แอ็นทวินถึค เซ็นท์
€ 5,50 vijf en half euro เฟิ้ยฟ์ แอ่น ฮ้าลึฟ เออโร
€ 205,60 tweehonderdvijf (euro) zestig (cent) ทเว ฮนเดิร์ด แอ็น เฟิ้ยฟ์ เออโร เซ้สถึค เซ็นท์

บวก ลบ คูณ หาร และการคำนวณ

ตัวเลขที่อ่านในการคำนวณนั้นก็อ่านไปตามเลขจำนวนนับ หรือเศษส่วนตามหลักที่มันเป็นอยู่
เครื่องหมายในการคิดนั้น หลักๆ มีด้วยกันคือ
บวก plus พลึส หรือ en แอ่น
ลบ min มิน
คูณ keer เคียร์ หรือ maal มาล
หาร gedeeld door เคอเดล ดอร์
เท่ากับ เพื่อบอกผลลัพธ์ ไม่ใช่ชื่อเครื่องหมาย ใช้คำว่า is อี้ส ไม่ว่าเลขนั้นจะมีค่าเท่าไหร่ก็ตาม
ตัวอย่าง
Vier plus zes is tien. ฟีเย่อร์ พลึส เซ้ส อี้ส ทีน 6+4= 10
Vijf maal drie is vijftien. เฟ้ยฟ์ มาล ดรี อี้ส เฟิ้ยฟ์ทีน 5 x 3 = 15
Zestig gedeeld door vijf, min een is elf. เซ้สถึคเค่อะเดลท์ดอร์ เฟิ้ยฟ์ มินเอนอี้สเอ็ลฟ์ (60/ 5) – 1 = 11

หมายเลข

หรือ nummer นึมเม่อร์ คือกลุ่มของตัวเลขที่ใช้เป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งที่ตกลงกันไว้ หมายเลขที่เราจะพบบ่อยในชีวิตประจำวันได้แก่

รหัสไปรษณีย์ de postcode

รหัสไปรษณียร์ในเนเธอร์แลนด์ถูกกำหนดใช้ในปี 1978 ประกอบไปด้วยเลขสี่ตัว แทนพื้นที่ และตัว อักษรสองตัว แทนย่านถนน การอ่านรหัสไปรษณีย์ ไม่มีหลักตายตัว ในที่นี้จะแนะนำให้คุณอ่าน ตามความนิยม โดยอ่านแยกตัวเลขเป็นจำนวนนับ ทีละคู่ คู่หน้าและหลัง ถ้าจำเป็นให้อ่านตัวอักษร สองตัวหลังเป็นรหัสตามอักษร เพื่อไม่ให้ผู้ฟังสับสนกับเสียงที่ฟังแล้วคล้ายกัน
ตัวอย่างนะคะ
3022 GN - dertig tweeëntwintig Gerard Nico
3069WT – dertig negenenzestig Willem Theodor

การอ่านตัวอักษรทั้งยี่สิบหกตัวข้างล่างนี้เป็นหลักให้เลือกนำไปใช้ แต่ถ้าในชีวิตประจำวันทั่วไป คุณเลือกใช้คำอื่นที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรนั้นๆ ที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป เพื่อให้แทนตัวอักษรได้ค่ะ ไม่มีใครว่าผิด การออกเสียงตัวอักษรเหล่านี้ยังใช้กันเป็นสากลในระบบโรงแรม และในข่ายงาน สายการบินอีกด้วย
Anna อันนา
Bernard แบร์หนาร์ด
Cornelis คอร์เนลิส
Dirk ดีหริก
Eduard เอ็ดดุหวาด
Ferdinand เฟอดินันท์
Gerard เคียหราด
Hendrik เฮ็นดริก
Izaak อีสาก
Jan ยัน
Karel คาเริล
Lodewijk โลเดอะเวิยค์
Maria มาเรีย
Nico นิโก้
Otto อ๊ตโต้
Pieter ปี้ดเตอร์
Quotient โควเที่ยนท์
Rudolf รูโด้ลึฟ
Simon สิมน
Teunis เทอนิส
Utrecht อูเทรค
Victor ฟิคเตอร์
Willem วิลเล็ม
Xantippe ซันทิปเปอะ
IJmuiden เอิยเมิ้วย์เดอะ
Ypsilon อิปซีลอน
Zaandam ซานดัม

หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร

ก่อนเราจะเรียนการอ่าน เรามารู้จักคำศัพท์ใหม่ๆของการโทรศัพท์ในเนเธอร์แลนด์กันสักนิดนะคะ
internationale toegangscode อินเตอร์นาซิยนนาลเล่อะ ทูคังสโค้ดเด่อะ หมายเลขสำหรับ โทรออกไปต่างประเทศ ใช้หมายเลข 00
landnummer ลันท์นึมเม่อร์ รหัสประเทศ ของเนเธอร์แลนด์ คือ 31
netnummer หรือ dienstcode เน็ทนึมเมอร์ หรือ ดี๊นสท์โค้ดเด่อะ รหัสพื้นที่ หรือเครือข่ายโทรศัพท์ การอ่านรหัสพื้นที่ ให้ขึ้นต้นไว้ว่า นึล 0 แล้วตามด้วยเลขจำนวนนับต่อไปตามจริง เช่น
อูเทรค 030 นึล แด๊ร์ถึค
มาสทริคท์ 043 นึล ดรีแอ่นฟีเยอร์ถึค
รอตเตอร์ดัม - 010 นึล ทีน
สเปิ้ยเค่อะนิส - 0181 นึล เอน อัคท์ เอน หรือ นึล ฮนเดิรด เอน แอ่น ทั๊คถึค
โทรศัพท์มือถือ - 06 นึล เซ้ส
หมายเลขโทรศัพท์ทางการค้า - 0900 นึล เนเคิ่นฮนเดิร์ด
หมายเลขโทรศัพท์โทรฟรี - 0800 นึล อั๊คท์ฮนเดิร์ด
abonneenummer อะบนเน่นึมเมอร์ หมายเลขโทรศัพท์ประจำเครื่อง สำหรับหมายเลขประจำ เครื่องโทรศัพท์หรือโทรสารนั้น จะแบ่งตัวเลขได้เป็นวรรคๆ เป็น 6 หรือ 7 หมายเลขแล้วแต่เน็ตเวิร์ค ของโทรศัพท์ ในภาษาดัชต์ไม่มีวิธีการอ่านออกเสียงหมายเลขโทรศัพท์โดยเฉพาะ แต่วิธีที่คนส่วน ใหญ่นิยมใช้กันจะแบ่งเป็นสามวรรค ชุดแรกสามตัว สองตัว และชุดสุดท้าย สองหรือสามตัว ดังตัวอย่าง
456 09 84 อ่านได้ว่า ฟีเย่อร์เฟิ้ยฟ์เซส นึลเน้เคิ่น อัคท์ฟีเย่อร์
497 08 713 อ่านได้ว่า ฟีเย่อร์เน้เคิ่นเซ้เฟิ่น นึลอัคท์ เซ้เฟิ่นเอนดรี

ป้ายทะเบียนรถยนต์ het kenteken

ป้ายทะเบียนรถยนต์(เค็นเท้เคิ่น) ในเนเธอร์แลนด์นั้นเป็นป้ายสีเหลือง มีตัวเลขผสมกับตัวอักษร สีดำ แบ่งเป็นสามชุดด้วยขีด - ชุดละสองตัวเป็นตัวเลขคู่กัน หรือตัวอักษรคู่กัน ไม่มีบอกจังหวัดที่ จดทะเบียนเหมือนในเมืองไทยแต่อย่างใด ป้ายรถมอเตอร์ไซต์หรือจักรยานใช้มอเตอร์นั้นก็จะมีแบบของตัวเอง เป็นเลขหรืออักษร สองชุด ชุดละสามตัว ถึงแม้ในชั้นนี้คุณอาจจะยังไม่จำเป็นต้องอ่านเลขทะเบียนรถ แต่ก็ควรศึกษาวิธีการ อ่าน ไว้พอคร่าวๆค่ะ การออกเสียงตัวอักษรนั้น ก็ให้ใช้วิธีการเดียวกับการอ่านอักษร สำหรับรหัส ไปรษณีย์ได้เลยค่ะ ตัวเลขนั้นอ่านเหมือนเลขจำนวนนับปกติ
ตัวอย่างการอ่าน
NL- NX -17 นิโก้ โล้ดเด่อะเวิ้ยก์ นิโก้ ซันทิปเป่อะ เซ้เฟิ่นทีน
JM –54 – SD ยัน มาเรีย ฟีเย่อร์แอ่นเฟิ้ยฟ์ถึค ซิมน ดีหริค

การบอกเวลา

ตัวเลขชั่วโมงในภาษาดัชต์ไม่นิยมใช้เลข 13-24 เมื่อบอกเวลาบ่าย ใช้กันถึงแค่ 12 ก็หมด จึงต้อง ใช้คำว่า ‘s middags (อ่านว่า สมิดดักส์) มาช่วย หรือถ้าจะเน้นเวลาเย็น ก็ใช้คำว่า ‘s avonds (ซา-ฟนส์) นอกจากนั้นบางครั้งยังเห็นการใช้ ‘s ochtends (ซ็อคเทิ่นท์) สำหรับเวลาเช้า
คำที่เกี่ยวข้องกับการบอกเวลา ที่เราควรจะเรียนรู้ในชั้นต้นก็คือ
de tijd เทิ้ยท์ - เวลา
de seconde เซคนเด่อะ - วินาที
de minuut มีหนึต - นาที
het uur เอือร์ - ชั่วโมง
uur เอือร์ - นาฬิกา ใช้ตามหลังตัวเลขบอกเวลาชั่วโมง

การบอกเวลาในเนเธอร์แลนด์นั้นจะใช้คำหลักๆอยู่สองคำ คือ voor ฟอร์ และ over โอเฟ่อร์ เวลาเป็นนาทีที่เลยเวลานาฬิกาตรงไปแล้ว จะใช้คำว่า over แต่ที่ยังไม่ถึงหรือใกล้ๆ ใช้คำว่า voor

คำบ่งบอกนาทีนั้นไม่ต้องใช้ในการบอกเวลา คำว่า uur ที่บอกเวลา .... นาฬิกา ก็จะใช้แค่ในกรณี ที่เป็นเวลาชั่วโมงตรงเท่านั้นเองค่ะ ถ้าเมื่อไหร่เวลานั้นมีเศษนาทีให้ตัด uur ทิ้งได้เลย การอ่านใน แต่ละชั่วโมงให้แทนที่เลขแปดด้วยเลขของชั่วโมงนั้นๆ ลองอ่านทำความเข้าใจดูช้าๆ แล้วลองแทน ค่าตัวเลขไป จะทำให้การฝึกฝนเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าการมานั่งทำความเข้าใจกับเวลาทุกๆนาที เทียบตัวอย่างแล้วลองอ่าน เลยค่ะ
8:00 acht uur อั๊คท์ เอือร์
8:05 vijf over acht เฟิ้ยฟ์ โอเฟ่อร์ อั๊คท์
8:10 tien over acht ทีน โอเฟ่อร์ อั๊คท์
8:15 kwart over acht ควั๊ร์ท โอเฟ่อร์ อั๊คท์
8:20 tien voor half negen ทีน ฟอร์ ฮ้าลึฟ เน้เคิ่น
8:25 vijf voor half negen เฟิ้ยฟ์ ฟอร์ ฮ้าลึฟ เน้เคิ่น
8:30 half negen ฮ้าลึฟ เน้เคิ่น
8:35 vijf over half negen เฟิ้ยฟ์ โอเฟ่อร์ ฮ้าลึฟ เน้เคิ่น
8:40 tien over half negen ทีน โอเฟ่อร์ ฮ้าลึฟ เน้เคิ่น
8:45 kwart voor negen ควั๊ร์ท ฟอร์ เน้เคิ่น
8:50 tien voor negen ทีน ฟอร์ เน้เคิ่น
8:55 vijf voor negen เฟิ้ยฟ์ ฟอร์ เน้เคิ่น
9:00 negen uur เน้เคิ่น เอือร์
12:00 middag มิดดัค
24:00 middernacht มิดเด้อร์นัคท์

เมื่อเราจะเปลี่ยนเวลาไปเป็นเวลาอื่นๆ ก็ให้แทนที่ตัวเลขลงในเลข 8 แล้วก็หัดท่องการ บอกเวลาไป เรื่อยๆ ลองสุ่มตัวเลขดูแล้วค่อยๆฝึกไปด้วยวิธีการอย่างนี้สม่ำเสมอ เมื่อเรานึกถึงเวลาในภาษาไทย คุณก็จะจำได้และสามารถพูดได้อย่างสนิทปาก

คำสำหรับถามเวลา คือ Hoe laat is het? ฮู หลาท อี้ส เห็ท - กี่โมงแล้ว คำตอบก็ทวนคำถาม เป็น Het is .... เห็ท อี้ส ..... ตามด้วยคำบอกเวลาจากที่เรียนไว้ข้างบนนั้น หากว่าการถามไม่ได้ ถามแค่เพื่อต้องการจะทราบเวลา แต่มีความเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรม หรือบุคคลอื่นด้วย เช่น
Hoe laat begint de film? ฮู หลาท เบ่อะคิน เด่อะ ฟิล์ม - หนังเริ่มฉายกี่โมง

เมื่อเราตอบ เราจะต้องใส่คำบ่งบอกเวลา คือคำว่า om อม เข้าไปก่อนคำบอกเวลาเสมอ อาจแปล om ได้ตรงกับคำว่า ตอน หรือ เวลา ดังนี้
De film begint om half tien. เด่อะ ฟิล์ม เบ่อะคิน อม ฮ้าลึฟ ทีน - หนังฉายตอนเก้าโมงครึ่งจ๊ะ
อีกตัวอย่าง
Om 9 uur ’s avonds ga ik naar mijn moeder. อม เน้เคิ่น เอือร์ ซาฟนท์ส์ คา อิก นาร์ เมิยน์ มู้เด่อร์ - เวลาสามทุ่มฉันไปหาแม่

คำขยายเวลาอื่นๆ
การประมาณเวลา เกือบๆ หรือใกล้ๆ ราวๆ ใช้ได้สองแบบคือ แบบที่หนึ่ง
een uur of ….. เอิ่น เอือร์ ออฟ ..... ตามด้วยจำนวนนับ (บอกชั่วโมง) เช่น
een uur of 6 เอิ่น เอือร์ ออฟ เซ้ส แปลว่า ราวหกโมง จะก่อนหรือหลังนิดหน่อย
แบบที่สอง
ใช้คำว่า tegen เท้เคิ่น - เกือบจะ + เวลา uur เช่น
Het is tegen 5 uur. เห็ท อี้ส เท้เคิ่น เฟิ้ยฟ์ เอือร์ - เกือบห้าโมงแล้ว
สำหรับเวลาที่ผ่านไปแล้ว เราใช้คำว่า al อัล ขยายเข้าไปในประโยคบอกเวลา เช่น
Het is al 6 uur. เห็ท อี้ส อัล เซ้ส เอือร์ - หกโมงแล้วนะ!
และเวลาที่ยังไม่ถึง ใช้คำว่า nog น็อค แปลว่า ยัง, อีก เช่น
Het is nog niet 7 uur. เห็ท อี้ส น็อค นี้ท เซ้เฟิ่น เอือร์ - ยังไม่ทุ่มหนึ่งเลย
ในภาษาพูดทั่วไปก็นิยมใช้ว่า Het is nog geen 7 uur. . เห็ท อี้ส น็อค เคน เซ้เฟิ่น เอือร์
Nog 10 minuten dan zal het half acht zijn. น็อค ทีน มินึตเติ้น ดัน ซัล เห็ท ฮ้าลึฟ อัคท์ เซิยน์ - อีกสิบนาทีเจ็ดโมงครึ่ง

สำหรับคำบุรพบทและวิเศษณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับเวลานั้น ดูต่อไปได้ที่เรื่องนั้นๆค่ะ

วัน วันที่ เดือน และค.ศ.
การบอกวันที่แบบเต็มรูปแบบ ใช้หลักการอ่านดังนี้
maandag 2 januari 2006 - twee januari tweeduizendzes มานดัค ทเว ยันยัวริ ทเวเดิวเซิ่นเซัส - วันจันทร์ที่สอง มกราคม ค.ศ.2006
การอ่านวันที่ ให้อ่านตามปกติเหมือนจำนวนนับ
de dag เด่อะ  ดั๊ค - วัน   วันทั้งเจ็ดในสัปดาห์ได้แก่
 	maandag		มานดัค		วันจันทร์
 	dinsdag		ดิ๊นซดัค		วันอังคาร
 	woensdag	วู้นซดัค		วันพุธ
 	donderdag	ดนเดอะดัค	วันพฤหัสบดี
 	vrijdag		เฟริยดัค		วันศุกร์
 	zaterdag		ซ้าเท่อะดัค		วันเสาร์
 	zondag		ซนดัค		วันอาทิตย์
de maand เด่อะ ม๊านท์ - เดือน   เดือนทั้งสิบสองได้แก่ 
 	januari		ยันยัวริ		มกราคม
 	februari		เฟบรัวริ		กุมภาพันธ์
 	maart		ม้าร์ต		มีนาคม
 	april		อาพริล		มษายน
 	mei		เมิย		พฤษภาคม
 	juni		ยูนิ		มิถุนายน
 	juli		ยูลิ		กรกฏาคม
 	augustus		เอาคึสตึส		สิงหาคม
 	september	เส็บเทมเบอร์	กันยายน
 	oktober		อ๊อคโต้เบ่อร์	ตุลาคม
 	november		โนเฟ่มเบอร์	พฤศจิกายน
 	december	เดเซมเบอร์		ธันวาคม
het     seizoen	เซซูน - ฤดูกาล   ฤดูกาลทั้งสี่ได้แก่
  	de lente		เลนเต่อะ 		ฤดูใบไม้ผลิ   หรือ
	het voorjaar	ฟอร์ยาร์		ฤดูใบไม้ผลิ
	de zomer		โซ้เม่อร์  		ฤดูร้อน
 	de herfst		แฮรึฟสท์		ฤดูใบไม้ร่วง    หรือ
 	het najaar		นาร์ยาร์		ฤดูใบไม้ร่วง
	de winter		วินเต่อร์		ฤดูหนาว

** ชื่อวันและชื่อเดือนและฤดูกาลนั้น ไม่ต้องใช้อักษรตัวใหญ่ค่ะ
การอ่านปี ค.ศ.
ปี ค.ศ. หรือแม้แต่ พ.ศ. ก็ตามนั้น ไม่มีกฏเกณท์ที่เจาะจง แต่ในการใช้ทั่วไป นิยมแยก เป็นสองส่วนคล้ายกับการอ่านรหัสไปรษณีย์ มาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ
1998 เนเคิ่นทีน - อั๊คท์แอ่นเนเคิ่นถึค
2549 เฟิ้ยฟ์แอ่นทวินถึค - เน้เคิ่นแอ่นฟีเย่อร์ถึค

สำหรับปีที่เป็นเลขตัวกลมนั้นอ่านเหมือนจำนวนนับปกติ เช่น
1800 อั๊คทีน ฮนเดอร์ด
2005 ทเวเดิ๊วเซิ่น เฟิ้ยฟ์
2001 ทเวเดิ๊วเซิ่น เอน

จำนวนที่ไม่เจาะจง Onbepaalde telwoord
คำพวกนี้ไม่บอกจำนวนเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้ ได้แก่
  • enkel เอ็งเคิ่ล - หนึ่ง เล็กน้อย บ้าง (enkele - เอ็งเคิ่ลเล่อะ)
  • dubbel ดึ๊บเบิ้ล - สอง (dubbele - ดึ๊บเบ๊อะเล่อะ)
  • wat วั๊ต - บ้าง พอจะมี
  • beide เบิยเด่อะ - ทั้งคู่ (ใช้เป็น de เสมอ เพราะสองเป็นพหูพจน์อยู่แล้ว)
  • weinig เวิยหนึก - เล็กน้อย (weinige - เวิยหนึกเค่อะ)
  • genoeg เค่อะนู้ค - เพียงพอ
  • voldoend โฟลดูนท์ - พอสมควร พอดี (voldoende - โฟลดูนเด่อะ)
  • meerder เมียเด้อร์ - มาก (meerdere - เมียเด้อร์เร่อะ)
  • verschillend เฟอร์ชคิลเลิ่นท์ - ต่างๆ นาๆ (verschillende - เฟอร์ชคิลเลิ่นเด่อะ)
  • veel เฟล - เยอะแยะ (vele เฟเล่อะ)
  • enig เอหนึค - หนึ่งเดียว (enige - เอหนึกเค่อะ)
  • sommig ซมหมึค - หลายๆ (sommige - ซมหมึกเค่อะ)
  • meest เม้สท์ - เกือบทั้งหมด (meeste - เม้สเต่อะ)
  • zat ซั๊ต - เหลือเฟือ
  • alle ออลเล่อะ - ทั้งหมด
  • คำที่ใช้นับจำนวนตั้งแต่ร้อยขึ้นไป ได้แก่ honderd, duizend, miljoen รวมถึง tiental เติม en ทำให้เป็นรูปพหูพจน์ แล้วสามารถใช้เป็นคำบอกจำนวนที่ไม่เจาะจงได้ด้วย เช่น
    Duizenden ongelukkige ambtenaren gaan een actie uitvoeren. เดิ๊วเซิ้นเดิ้น อนเค่อะลึกขึก อั๊มพ์เท่อะนาเริ่น คาน เอิ่น อั๊คซี่ เอิ้ยท์ฟูเริ่น - เจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่พอใจหลายพันกว่าพากันประท้วง

นอกจากนั้นในภาษาพูดยังนิยมใช้คำประมาณการ คำว่า paar (2-3 หรือมากกว่านั้น น้อยกว่านั้นนิดหน่อย) + คำนามพหูพจน์ เช่น
een paar minuten เอิ่น พาร์ มินึตเติ้น - สองสามนาที
een paar vrienden เอิ่น พาร์ ฟรีนเดิ้น - เพื่อนสองสามคน
ข้อยกเว้น
een paar จะใช้กับบางคำนามที่เป็นเอกพจน์ คำเหล่านี้ต้องใช้การสังเกต ลองจำไว้ก่อนเป็น ตัวอย่างนะคะ เช่น
een paar uur เอิ่น พาร์ เอือร์ - สองสามชั่วโมง
een paar kwartier เอิ่น พาร์ ควัทเทียร์ - ครึ่ง ถึงไม่เกินหนึ่งชั่วโมง
een paar kilo เอิ่น พาร์ กิโล - สองสามกิโลกรัม
een paar jaar เอิ่น พาร์ ยาร์ - สองสามปี
หรือ een + สมุหนาม + of + จำนวนนับ เช่น
een jaar of vijf เอิ่น ยาร์ ออฟ เฟิ้ยฟ์ - ห้าปี
een uur of tien เอิ่น เอือร์ ออฟ ทีน - สิบชั่วโมง
een stuk of acht เอิ่น สตึก ออฟ อั๊คท์ - แปดชิ้น
การใช้คำว่า een ขึ้นต้นมาก่อนตามด้วยคำสมุหนามนี้ ใช้ในภาษาพูด โดยเฉพาะในการ ประมาณที่ผู้พูดไม่ทันได้นึก ก็ขึ้นต้นมาด้วย een …. แล้วตามด้วย of โดยเราต้องพึงระวังไว้ เสมอว่า of ในภาษาดัชต์นี้แปลว่า หรือ ไม่ใช่แปลว่า ของ of เหมือนในภาษาอังกฤษ

การผันจำนวน และตัวเลข

อย่างที่เราทราบ ตัวเลขนั้นก็เป็นคำขยายคำนาม (แอ๊ดเจ็คทีฟ)ชนิดหนึ่ง ดังนั้นมันจะต้องมีการผัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ตัวเลขมักจะไม่ได้ใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนาม แต่ใช้เป็นวิเศษณ์บอกวันที่ เวลา หรือจำนวน บางครั้งก็ใช้เป็นคำนามด้วยตัวเอง มีบางกรณีที่ตัวเลขสามารถผันให้เข้ากับการใช้คำ นามได้ด้วย เผื่อว่าผู้อ่านไปพบเห็นเข้าจะได้ไม่ตกใจว่ามันเป็นคำศัพท์ใหม่
ตัวอย่าง : ผันโดยการเติม - e (ดูตัวอย่างหัวข้อที่แล้ว)
Ken je ene Thomas van den Berg? เคน เย่อะ เอนเน่อะ โทมัส ฟันเดนเบิ๊ร์ก - เธอพอจะรู้จัก คนชื่อโทมัส ฟันเดนเบิร์กไหม
การใช้ ene แบบนี้ มักใช้ในการถามเมื่อต้องการจะรู้ว่า สัก... ไหม, บ้างไหม
ตัวอย่าง : ผันเป็นพหูพจน์ - en
Wij zijn met zijn vieren. เวิย เซิยน์ เม็ท เซิยน์ ฟีเย่อะเริ่น - เรามากันสี่คนจ๊ะ
ตัวอย่าง : ผันโดยการเติม - je (verkleinwoord)
Ga je in je eentje naar het feestje? คา เย่อะ อิน เย่อะ เอนเจ้อะ นาร์ เห็ท เฟ้ชเช้อะ - หล่อนจะฉายเดี่ยวงานนี้เหรอยะ การเติม je นี้ใช้กับ : ตัวเลขจำนวนนับ+je
ตัวอย่าง : ผันโดยการเติม - n เมื่อใช้แทนบุคคล
Anna heeft zaterdag een tweeling gekregen. Beiden zijn gezond.
อันนา เฮ้ฟท์ ซ้าเท่อะดัค เอิ่น ทเวลิ่ง เค่อะเคริ้ยเคิ่น. เบิ้ยเดิ้น เซิยน์ เค่อะซนท์
แอนนาคลอดลูกแฝดเมื่อวันเสาร์น่ะ ทั้งคู่แข็งแรงดีจ๊ะ
ยังใช้กับ : sommige(n), alle(n), vele(n), enkele(n), meerdere(n) เป็นต้น


Top
| Home | Europe tour by Smiley | RianDutch | Facebook Double Dutch | Contact | | Privacy Statement
Copyright © 2003-2026 www.thai-dutch.net All rights reserved สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537